Nike Air Max ประวัติศาสตร์ตำนานรองเท้าวิ่ง

วันที่ 26 มีนาคมนี้ เป็นวัน AIRMAX DAY ตลอดระยะเวลาเกือบจะ 30 ปี ของรองเท้าวิ่งในตำนาน มีพัฒนาการมาอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับเว็บพนันออนไลน์อย่าง Royal777 ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เท้าวิ่งในตำนานอีกทั้งวางแบบ รวมทั้งของใหม่ที่การสวมใส่ แล้วก็เพื่อเป็นการฉลองวัน AIRMAX DAY ทางไนกี้ได้ทำรุ่นพิเศษที่ชื่อ Air Max Zero จุดเริ่มแรก Nike Air Max ในรุ่นถัดมา

ก่อนที่จะไป 1 เรื่องเล่าของแอร์แม็กซ์รุ่นแรก

เลขศูนย์ (Zero) เป็นอย่างไร? ในทางคณิตศาสตร์มันเป็นความไม่มีตัวตน เป็นตัวเลขที่ทำขึ้นเพื่อใช้แทนค่าของความไม่มี แม้กระนั้นที่ไนกี้ เลขศูนย์กลับมีคุณค่า มันเป็นผู้แทนของการเริ่มต้น ความนึกคิดเริ่มแรก ร่องรอยที่ความเป็นอัจฉริยะอันเป็นต้นทางซึ่งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ถูกหล่อหลอมขึ้น

ดังนี้เลขศูนย์ก็เลยถูกเอามาเพิ่มเอาไว้ภายในชื่อ ไนกี้ แอร์แม็กซ์ ซีโร่ (Nike Air Max Zero) แนวความคิดที่เคยถูกถ่ายทอดไว้บนกระดาษเมื่อ 29 ปีที่ผ่านมาและก็เพิ่มเติมมิติทางของใหม่จากตอนช่วงเวลาเกือบจะ 3 ทศวรรษ มันไม่ใช่ ไนกี้ แอร์แม็กซ์ รุ่นแรก แต่ว่าถ้าเกิดว่าไม่มีมันอยู่ก็อาจไม่มี ไนกี้ แอร์แม็กซ์ 1 ด้วยเช่นเดียวกัน

ไนกี้ แอร์แม็กซ์ ซีโร่ เป็นก้าวแรก ก่อนที่จะ แอร์แม็กซ์ 1 จะเกิดขึ้น

“มิได้มีการวางกรอบหรือค้นคว้าอะไร เพียงแค่แวววาวความคิดที่ผุดขึ้นมา” ทิงเกอร์ แฮทฟิลด์ นักออกแบบรองเท้าระดับตำนานของไนกี้เล่าให้ฟังถึงภาพร่างของอากาศที่แลเห็นได้ (Visible Air) ชิ้นแรกๆของเขา “ผมคิดขึ้นว่าเพราะเหตุใดพวกเราไม่ออกแบบรองเท้าวิ่งแบบใหม่ให้เป็นที่ฮือฮาด้วยการเปิดเผยให้ชาวโลกได้มีความเห็นว่า ไนกี้แอร์ เป็นยังไงกันแน่”

ณ ตอนนั้นไนกี้แอร์ได้เปิดตัวไปแล้วรวมทั้งประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งในกรุ๊ปคนที่ถูกใจการวิ่ง แต่ว่าแฮทฟิลด์มีความคิดว่าแค่นั้นยังไม่เพียงพอ เรื่องของอากาศที่อยู่ใต้เท้าคงจะต้องมีการอธิบายให้เกรียวกราวเพิ่มขึ้นอีก

“ผมนึกออกว่าในขณะนั้นพวกเรากำลังปรับปรุงแอร์-โซลเหล่านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก และก็มีความคิดว่าคงจะจะต้องให้ใครๆได้มองเห็นมันและก็รู้เรื่องว่ามันเป็นยังไง” แฮทฟิลด์กล่าว

ไนกี้มีเทคโนโลยีนั้นอยู่แล้ว ความต้องการขึ้นเป็นตัวสินค้าชั้นดีเลิศที่จะพามันไปอวดโฉมให้โลกได้มองเห็น แฮทฟิลด์ก็เลยถึงปากกาบนหน้ากระดาษเพื่อลงมือกระทำสิ่งนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเป็นประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ว่า แฮทฟิลด์เดินทางไปกรุงปารีส ซึ่งตรงนั้นเขาเยี่ยมชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมปงปีดูว์ (Centre Pompidou) รวมทั้งกำเนิดแรงผลักดันจากการออกแบบตัวอาคารที่เด่นไม่ซ้ำใครด้วยการตลบเอาสิ่งที่ควรจะอยู่ด้านในออกมาไว้ด้านนอก เมื่อกลับถึงโอเรกอนเขาเริ่มลงมือวางแบบรวมทั้งนำแนวความคิดอากาศที่มองเห็นได้ออกมาโลดแล่นอย่างมีชีวิตในร่างของรองเท้าวิ่งที่เปลี่ยนแปลงวงการ

Close Menu